วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552

วิเคราะห์ it

คุณสมบัติของครอบครัวที่ดีและการดับไฟในหัวใจ
ชื่อผู้แต่ง
กุลชาติ แสงทอง
ศึกษาศาสตร์ ชั้นปีที่ ๑
สาขาการสอนปฐมวัย
ปัจจุบันในสังคมไทยมีข่าวอยู่บ่อยครั้งเกี่ยวกับการทอดทิ้งการทำร้ายผู้เป็น บิดา มารดาและกลับอีกทางหนึ่งข่าวเกี่ยวกับ บิดา มารดาที่ทอดทิ้งทำร้ายผู้ที่เป็นบุตรของตนเองก็มีเช่นกัน เราควรหันกลับมาดูต้นเหตุที่ตรงไหนปัญหาในครอบครัว ในสังคม หรือปัญหาในตัวของแต่ละบุคคลก็ตามแต่สิ่งเหล่านั้นมันมีปัญหาอย่างไรจึงทำให้สภาพสังคมไทยได้ประสบกับเหตุการณ์ที่หน้าหดหู่ขนาดนี้ สังคมไทยเป็นสังคมที่มีแต่ให้ มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ที่สำคัญสังคมบ้านเราจะสอนให้มีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณแต่ปัจจุบันสังคมเปลี่ยนไปวิถีชีวิตเปลี่ยนไปจึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแก่สังคมทำให้เกิดปัญหากับทั้งสังคมและครอบครัว ครอบครัวต้องประกอบด้วย พ่อ แม่ ลูกเป็นอย่างต่ำบางครอบครัวอาจจะเป็นครอบครัวใหญ่ซึ่งอาจจะมีญาติพี่น้องอยู่ร่วมกันแต่ที่จะกล่าวถึง คือ หน้าที่ของ พ่อ แม่และลูกส่วนหนึ่งที่เกิดปัญหาก็มีเหตุจากการที่ พ่อ แม่และลูกยังไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเองเท่าที่ควร พระพุทธเจ้าได้กล่าวถึงหน้าที่ของพ่อ แม่อย่างน้อยๆ ๕ ประการๆที่ ๑.ห้ามปรามลูกจากความชั่ว สอนเขาว่าอะไรคือความชั่วมันเป็นอย่างไร ๒.อะไรคือความดี การกระทำความดีมีผลอย่าไร ๓.ให้การศึกษาที่ดี การศึกษาที่ดีต้องเริ่มจากที่บ้านคือครอบครัวต้องมาจากการอบรมสั่งสอนของพ่อ แม่และญาติผู้ใหญ่สอนว่าควรต้องทำอะไร อย่างไร ๔.หาคู่ครองที่สมควรแก่ลูก ดูแลว่าลูกเราคบกับใครมีการศึกษาหรือเปล่า นิสัยเป็นอย่างไรไม่ถึงกับต้องเป็นการคุมถุงชน ๕.มอบมรดกให้ลูกเมื่อถึงเวลาอันสมควร มรดกอาจจะเป็นทรัพย์สิน ชื่อเสียงหรือคุณงามความดีของพ่อแม่ที่มี นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่พ่อ แม่ควรปฏิบัติอีกประการที่พ่อ แม่ควรมีคือ พรหมวิหารธรรม การมีเมตตา คือการรักลูก กรุณา คือการช่วยเหลือลูกเมื่อลูกมีปัญหา มุทิตา คือการแสดงความยินดีเมื่อลูกมีความสำเร็จ อุเบกขา คือเมื่อใดที่ลูกทำผิดไม่ควรเข้าข้างลูกควรทำตัวเป็นกลางและทั้งหมดนี้ควรทำให้อยู่ในความพอดีจึงจะทำให้ครอบครัวมีความเข้าใจกันและอยู่กันอย่างมีความสุข อีกเรื่องที่จะกล่าวถึงคือ การดับไฟในหัวใจไม่ว่าจะในใจเราหรือใจคนอื่นคำว่า ไฟ เมื่อเกิดขึ้นที่ใดย่อมร้อนเพราะคุณสมบัติของไฟ คือ ให้แสงสว่างและให้ความร้อนมีทั้งประโยชน์และโทษได้ในคราวเดียวกันแต่ไฟที่หมายถึงที่เกิดขึ้นในใจคือไฟร้อน ไฟริษยานั่นเองไฟริษยานั้นไม่มีคุณแต่กลับมีโทษอย่างมหัน เมื่อใจใครเกิดความริษยามันจะต้องคอยหาทางที่จะเล่นงานหรือกลั่นแกล้งคนอื่นเป็นประจำแต่เมื่อเราคิดหรือหาทางที่จะเล่นงานเขาได้นั้น คนที่คิดไม่รู้ตัวเลยว่าความคิดนั้นก็กำลังเล่นงานตัวเขาเองด้วยเช่นกัน การดับไฟที่ร้อนรุ่มที่เกิดขึ้นมาในใจนั้นต้องเริ่มที่ตัวเองก่อนหยุดการคิด หรือการกระทำสิ่งที่ไม่ดีที่หวังร้ายต่อคนอื่นและพยายามทำจิตใจให้สงบมีสมาธิให้มากๆเมื่อเรามีสมาธิมีสติเราย่อมรู้ตัวอยู่เสมอจะทำให้จิตใจเรามีความผ่องใสมากขึ้นและที่สำคัญความมีสติจะขจัดไฟริษยาที่เกิดขึ้นในใจเราออกไปได้เองอย่างแน่นอนและมีหลักธรรมที่จะใช้ได้ผล คือหิริโอตตัปปะ การละอายและเกรงกลัวต่อบาปถ้าเรามีหลักธรรมนี้ในใจรับรองว่าไม่มีไฟที่รุ่มร้อนเกิดขึ้นในใจแน่นอนทุกหลักธรรมที่ยกมาล้วนแล้วแต่มีบัญญัติมาเป็นเวลาหลายพันปีแต่น้อยคนที่จะรู้และนำมาใช้หลักธรรมเหล่านี้มีประโยชน์มากในการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน จำเป็นอย่างยิ่งที่เราทุกคนควรนำหลักธรรมเหล่านั้นมาใช้เพื่อที่จะได้มีชีวิตที่ดีและสงบร่มเย็น




---------------------------------
บทความนี้เป็นแนวคิดของผู้เขียนเอง ในรายวิชา ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
เอกสารอ้างอิง
แก้ไฟริษยาอย่างไร ว.วชิรเมธี
หน้าที่ที่ดีของพ่อ แม่และลูก ว.วชิรเมธี
www.tamdee.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น